อังคาร. พ.ค. 17th, 2022

สล็อตฟรีเครดิต100

เว็บคาสิโนที่ดีที่สุด มีเกมส์พนันออนไลน์ ให้เลือกเล่น เช่น บาคาร่าออนไลน์ เกมยิงปลา สล็อตออนไลน์

ข่าวกีฬาต่างประเทศ โซลชาระเบิดพลังแฝง! 5 ประเด็น แมนยู ยำใหญ่ ไลป์ซิก

1 min read
ข่าวกีฬาต่างประเทศ

ข่าวกีฬาต่างประเทศ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงให้โลกได้เห็นแล้วว่าทุกครั้งที่เขาตกอยู่ในสถานการณ์กดดัน มักจะระเบิดพลังแฝงได้สำเร็จ ล่าสุดก็โชว์กึ๋นวางหมากเด็ดเปิดบ้านถลุง แอร์เบ ไลป์ซิก 5-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอช เมื่อวันพุธที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา

ข่าวกีฬาต่างประเทศ

ข่าวกีฬาต่างประเทศ เกมนี้ “น้าลูกอม” ปรับตัวผู้เล่นโดยดร็อป บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ มาร์คัส แรชฟอร์ด โดยใช้ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค เป็นตัวจริง และฟอร์มของทีมก็ยังยอดเยี่ยม สามารถจัดการทีมจ่าฝูงบุนเดสลีกา เยอรมนี ได้อยู่หมัด ทำให้ตอนนี้สามารถเก็บชัยชนะ 2 เกมรวด รั้งจ่าฝูงได้อย่างยอดเยี่ยม

ด้วยผลงานแบบนี้เครดิตส่วนหนึ่งต้องยกให้กับ โซลชา ที่วางระบบได้อย่างสมดุลทั้งเกมรับ และเกมรุก รวมไปถึงความยอดเยี่ยมของ แรชฟอร์ด ที่ลงสนามในช่วงเกือบครึ่งชั่วโมงสุดท้าย และจัดการซัดแฮตทริกช่วยให้ต้นสังกัดเก็บชัยชนะไปได้แบบขาดลอย

1.  ขุมกำลังเชิงลึกชั้นยอด

แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจจะรู้สึกกังวลใจพอสมควรกับการที่เห็น โซลชา ตัดสินใจดร็อป บรูโน่ แฟร์นันด์ส กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด นั่งดูเพื่อนร่วมทีมเล่นอยู่ในม้านั่งสำรอง เพราะคู่แข่งของพวกเขาไม่ใช่ธรรมดาเป็นจ่าฝูงบุนเดสลีกา เยอรมนี ประจำซีซั่นนี้ และเพิ่งผ่านเข้ารอบตัดเชือกถ้วยใบโตยุโรป เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

กระนั้นการที่ กุนซือชาวนอร์เวย์ ตัดสินใจทำแบบนี้แสดงให้เห็นว่า “ผีแดง” มีขุมกำลังเชิงลึกที่ยอดเยี่ยมอย่างมาก เพราะพวกเขามีตัวเลือกที่จะใช้ลงสนามได้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะการที่ทีมมีโปรแกรมหนักถี่ยิบจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องมีกำลังสำรองคอยสลับเปลี่ยนใช้งานได้ตลอดเวลา

แมตช์นี้ โซลชา เลือกใช้ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค จับคู่แดนกลางกับ ปอล ป็อกบา โดยมี เนมานย่า มาติช กับ เฟร็ด ทำหน้าที่จัดการตัดเกมคู่แข่ง ซึ่งทั้งหมดนี้ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจัดการแผงมิดฟิลด์ไลป์ซิกจนอยู่หมัด ขณะที่แดนหน้าการใช้งาน อองโตนี่ มาร์กซิยาล กับ เมสัน กรีนวู้ด จับคู่ทะลวงประตูก็ถือว่าทำได้ดีเช่นกัน

ขณะที่ในช่วงกลางครึ่งหลัง โซลชา เลือกที่จะส่งตัวหลักอย่าง แฟร์นันด์ กับ แรชฟอร์ด ลงสนามเพราะมองเห็นแล้วว่าเกมรับทีมเยือนเริ่มอ่อนล้า ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเพราะ จอมทัพชาวโปรตุกีส สร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีมได้ตลอด ส่วน “เจ้าหนูแรช” จัดหนักซัดแฮตทริกซะเลย

2.  แรชฟอร์ด หัวหอกที่ขาดไม่ได้ 

แมตช์นี้หลายๆ คนคงเห็นว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ขาดซูเปอร์สตาร์ไปหลายคน โดยเฉพาะ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ถูกจับนั่งอยู่ซุ้มม้านั่งสำรอง เพราะ โซลชา เลือกที่จะพักสภาพร่างกายของนักเตะเอาไว้ เพื่อที่จะได้ฟิตพร้อมสำหรับแมตช์ดวลกับ อาร์เซน่อล

อย่างไรก็ตาม โซลชา เลือกที่จะส่ง แรชฟอร์ด ลงสนามในนาทีที่ 63 แทน เมสัน กรีนวู้ด และนักเตะแสดงให้โลกได้เห็นแล้วว่าเขาคือหัวหอกเบอร์ 1 แมนฯ ยูไนเต็ด โดยเขาจัดการระเบิดแฮตทริก ถือเป็นฟอร์มที่สุดเพอร์เฟกต์ของ “เจ้าหนูแรช” อย่างแท้จริง

ตอนนี้เขาได้ก้าวไปอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสรแล้วเมื่อกลายเป็นนักเตะคนที่สองของ แมนฯ ยูนไเต็ด ที่สามารถซัดแฮตทริกได้ในฐานะตัวสำรอง หลังจากที่ โซลชา ซึ่งนั่งกุมบังเหียนทีมในปัจจุบัน เคยทำได้ในแมตช์ที่ชนะ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เมื่อปี 1999

ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะ กองหน้าดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษ ยังกลายเป็นนักเตะคนที่ 5 ในหน้าประวัติศาสตร์ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่สามารถซัด 3 ประตูในฐานะตัวสำรอง โดยนักเตะอยู่ในสนาม 27 นาทีซึ่งถือว่าใช้เวลาน้อยที่สุดที่สามารถซัดแฮตทริกในเกมถ้วยใบโตยุโรปด้วย

3. แผนไดมอนด์ช่วยเสริม ฟาน เดอ เบ็ค งัดฟอร์มเก่ง 

ในที่สุด ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ก็ได้ลงเล่นเป็นตัวจริง โดยงานนี้ โซลชา เลือกที่จะวางระบบเพื่อให้เหมาะกับนักเตะ และทำให้ทีมไม่เสียสมดุล โดยเขาตัดสินใจวางแผนกองกลางเป็นรูปเพชร หรือ “ไดมอนด์” ซึ่งถือเป็นการวางแท็คติกที่ชาญฉลาดอย่างมาก

ดาวเตะเลือดดัตช์ ทำผลงานได้ดีเยี่ยมในการยืนแดนกลางร่วมกับ ป็อกบา, เฟร็ด และ มาติช โดยจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าแผงมิดฟิลด์ของ แชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 20 สมัย สามารถครองเกมได้อย่างต่อเนื่อง และยังจัดการเกมรุกของ ไลป์ซิก ได้อย่างเด็ดขาด

ในขณะเดียวกันการเล่นด้วยระบบนี้ยังช่วยทำให้เกมรับมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น เพราะพวกเขาสามารถรับมือกับ ไลป์ซิก ที่มาเยือนด้วยระบบ 3-5-2 ได้อยู่หมัด ซึ่งจะเห็นได้ว่าตลอดทั้งเกมแนวรุกของทีมเยือน มีโอกาสสร้างความหวาดเสียวได้ไม่มากนัก

ที่สำคัญการมี เฟร็ด กับ มาติช ยืนช่วยกันเปรียบเสมือนมดงานที่ทำหน้าที่ตัดเกมคู่แข่งได้ตลอด และปล่อยให้ ป็อกบา กับ ฟาน เดอ เบ็ค ได้เล่นเกมรุกอย่างเต็มที่ ซึ่งงานนี้ ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ แสดงให้เห็นว่าเขาเหมาะกับระบบแบบนี้อย่างมาก แถมเจ้าตัวยังโชว์การส่งบอลแบบคิลเลอร์พาสให้ กรีนวู้ด ซัดเบิกร่องในครึ่งแรก

ลองจินตนาการดูว่าหาก โซลชา เลือกใช้ระบบนี้โดยมี แฟร์นันด์ส แทนที่ ฟาน เดอ เบ็ค ตั้งแต่ต้นเกม งานนี้อาจจะได้เห็นการสร้างโอกาสทำประตูคู่แข่งมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าแน่นอน

4. เกมรับเล่นได้อย่างมีระเบียบวินัย

หลายครั้งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มักจะโดนแซวเกี่ยวกับเกมรับ เพราะพวกเขามักจะทำผลงานได้น่าผิดหวังในช่วงต้นซีซั่นจนทำให้ทีมแพ้โดยเฉพาะเกมดับคารังแมตช์รับมือ “ดิ อีเกิ้ลส์” คริสตัล พาเลซ และ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

อย่างไรก็ตามในช่วง 4 เกมที่ผ่านมา ระบบการเล่นเกมรับของ “ผีแดง” เริ่มมีความนิ่งมากขึ้น และเล่นได้อย่างมีระเบียบวินัย โดยเฉพาะในแมตช์ที่ปะทะกับ ไลป์ซิก สโมสรที่ได้ชื่อว่าเกมรุกที่น่ากลัว เพราะพวกเขายิงประตูในลีกเมืองเบียร์เป็นอันดับ 2 รองจาก บาเยิร์น และยึดจ่าฝูงลีกในเวลานี้

5 เกมลีกที่ผ่านมา ไลป์ซิก สามารถซัดประตูได้เรียบวุธ แถมย้อนไปเมื่อซีซั่น 2019/2020 พวกเขาก็ตะบันตาข่ายทีมใหญ่ๆ อย่าง สเปอร์ส, “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด, “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค และ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาแล้ว  อย่างไรก็ตามในการเยือน “โรงละครแห่งความฝัน” ไลป์ซิก ต้องพบกับความยากลำบากในการเจาะตาข่ายเจ้าบ้าน

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ทีมเยือนเจอกับความผิดหวังในการยิงประตูมาจากการเล่นเกมรับที่มีระบบ และรักษาระเบียบวินัยได้อย่างดีเยี่ยม ที่สำคัญ แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บ 2 คลีนชีตติดต่อกันหลังจากที่เกมก่อนหน้านี้เพิ่งรับมือ เชลซี พร้อมกับผลเสมอ 0-0

น่าเสียดายที่สองประตูที่พวกเขาเสียไปจากจำนวน 4 แมตช์ล่าสุดในเกมพบ  “สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (ชนะ 4-1) และ “เปแอสเช” ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ชนะ 2-1) เป็นการทำเข้าประตูตัวเองของแข้ง “ผีแดง” ทั้งนั้น ไม่อย่างนั้นสถิติเก็บคลีนชีตจะสวยงามยิ่งกว่านี้

5. พลังแฝงโซลชาไม่เคยทำให้ผิดหวัง

เมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคม มีหลายเสียงพูดไปในทิศทางเดียวกันว่าอนาคตของ โซลชา จะตัดสินใน 7 เกมต่อจากนี้ ซึ่งเมื่อมองดูโปรแกรมแล้วก็อาจจะเป็นเช่นนั้นเพราะ “ปีศาจแดง” มีคิวต้องเจอกับหลายเกมที่ยากลำบากพอสมควรทั้งในพรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

อย่างไรก็ตาม “น้าลูกอม” มักจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่กดดันแบบนี้ไปได้เลย โดยผ่านไป 4 จาก 7 แมตช์อันตรายที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดเก็บชัยชนะ 3 แมตช์และเสมอ 1 เกมเท่านั้น โดยแมตช์ที่เสมอกับ เชลซี พวกเขาเล่นได้ดี และมีโอกาสชนะด้วยซ้ำ แต่ดันพลาดในจังหวะจบสกอร์ 3

ตอนนี้ต้องบอกว่า โซลชา เปรียบเสมือนกับ “ฮัลค์” ยักษ์เขียวที่มักจะระเบิดพลังแฝงในยามที่อัตราการเต้นของหัวใจบีบรัด จนกลายสภาพเป็นสุดยอดซูเปอร์ฮีโร่อารมณ์เดือด ส่วน นายใหญ่เบบี้เฟซ เมื่อไหร่ก็ตามที่โดนแรงกดดันจนเก้าอี้กุนซือร้อน เขามักจะบรรเจิดมันสมอง วางหมากปรับแท็คติกจนทำให้ทีมกลับมาเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ที่หลายๆ คนรู้จักอีกครั้ง

แน่นอนว่า 4 แมตช์ที่ผ่านมา (นิวคาสเซิ่ล, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, เชลซี และ ไลป์ซิก) เครดิตส่วนใหญ่ต้องยกให้กับ โซลชา เพราะสามารถวางแผนการเล่นได้อย่างลงตัว ที่สำคัญทีมเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม เกมรุกที่ดุดันเกมรับที่เหนียวแน่น ทุกตำแหน่งมีความสมดุลอย่างมาก

ฉะนั้นในแมตช์ที่จะรับมือ อาร์เซน่อล เกมลีกวันอาทิตย์นี้ สาวก “เร้ด อาร์มี่” อาจจะได้เห็นของดีจาก “กึ๋น” ของ โซลชา อีกครั้ง

 

 

 

ขอบคุณข่าว : www.siamsport.co.th
สนใจสมัคร ติดต่อ : www.ufabetlab.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Copyright © All rights reserved. | Newsphere by AF themes.